ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สัญญาณเตือนมือถือโดนแฮก พร้อมวิธีแก้และป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

Cybersecurity

Cybersecurity · 30/07/2026

สัญญาณเตือนมือถือโดนแฮก พร้อมวิธีแก้และป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ยุคนี้มือถือคือกระเป๋าสตางค์และคลังข้อมูลส่วนตัว ถ้าโดนแฮกหรือหลงกลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชีวิตอาจเปลี่ยนทันที! มาเช็ก 5 สัญญาณอันตรายว่ามือถือคุณกำลังโดนควบคุม พร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้นที่คุณต้องรู้ก่อนสายเกินไป และเทคนิคการรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์มหาภัยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

ในยุคดิจิทัลที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ เราแทบจะทำทุกอย่างผ่านมือถือ ตั้งแต่การติดต่อสื่อสาร ความบันเทิง ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงิน ความสะดวกสบายนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเช่นกัน ภัยคุกคามทางไซเบอร์ไม่ได้ไกลตัวอีกต่อไป และที่ระบาดหนักที่สุดในประเทศไทยตอนนี้คือ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" ที่ใช้สารพัดวิธีเพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวและเงินในบัญชีของเรา รวมถึงภัยจากการถูก "แฮกมือถือ" เพื่อฝังมัลแวร์หรือแอปดูดเงิน

ภัยทั้งสองรูปแบบนี้มักมีความเกี่ยวข้องกัน มิจฉาชีพอามจะเริ่มต้นด้วยการโทรมาหลอกลวง และหากเราพลาดพลั้งทำตามขั้นตอนที่พวกเขาก็บอก อาจนำไปสู่การติดตั้งแอปพลิเคชันอันตรายที่ช่วยให้พวกเขาควบคุมมือถือของเราได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่ามือถือคุณอาจกำลังโดนแฮก พร้อมวิธีแก้ไข และเทคนิคป้องกันตัวเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์แบบครบวงจร

5 สัญญาณเตือนว่ามือถือคุณกำลังโดนแฮก (หรือควบคุมระยะไกล)
หากมือถือของคุณมีอาการผิดปกติเหล่านี้อย่างน้อย 2-3 ข้อ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะโดนฝังสิ่งแปลกปลอมเข้าให้แล้วครับ

1. มือถือทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัดและเครื่องร้อนผิดปกติ:
หากสมาร์ทโฟนของคุณที่เคยลื่นไหลจู่ๆ ก็เกิดอาการกระตุก ค้าง หรือแอปพลิเคชันเด้งเองบ่อยครั้งโดยไม่มีสาเหตุ และตัวเครื่องร้อนอยู่ตลอดเวลาแม้จะไม่ได้ใช้งานหนัก นี่อาจเป็นสัญญาณว่ามีโปรแกรมลักลอบทำงานอยู่ในเบื้องหลัง เช่น แอปดูดเงินหรือมัลแวร์ที่กำลังประมวลผลและส่งข้อมูลออกไป

2. แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นมากและดาต้าเน็ตหายโดยไม่ทราบสาเหตุ:
เมื่อมีมัลแวร์หรือแอปอันตรายแอบทำงาน มันจะใช้ทรัพยากรเครื่องอย่างมาก ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีการส่งข้อมูลกลับไปหากลุ่มแฮกเกอร์ ทำให้ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Data) พุ่งสูงขึ้นโดยที่คุณไม่ได้ใช้งานอะไรเป็นพิเศษ

3. มีแอปพลิเคชันแปลกๆ ติดตั้งอยู่โดยไม่รู้ตัว:
ลองสำรวจหน้าจอมือถือของคุณดูครับ หากพบแอปพลิเคชันที่คุณไม่เคยดาวน์โหลด หรือมีชื่อแปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคย อย่าเพิ่งรีบกดเข้าไปเด็ดขาด นี่อาจเป็นแอปดูดเงินที่คุณเผลอติดตั้งโดยไม่รู้ตัวจากการกดลิงก์ใน SMS หรือการทำตามคำแนะนำของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

4. ได้รับหรือส่ง SMS/Message แปลกๆ เอง:
หากมือถือของคุณมีการส่งข้อความออกไปยังเบอร์ที่ไท่รู้จัก หรือได้รับ SMS ที่เป็นลิงก์แปลกๆ หรือข้อความยืนยันรหัส OTP โดยที่คุณไม่ได้ทำรายการใดๆ แสดงว่าอาจมีมิจฉาชีพพยายามเข้าถึงบัญชีต่างๆ ของคุณ หรือมัลแวร์พยายามกระจายตัวไปยังรายชื่อติดต่อของคุณ

5. มีหน้าต่าง Pop-up เด้งขึ้นมาบ่อยครั้ง:
หากมีโฆษณาแปลกๆ หรือหน้าต่างแจ้งเตือนข้อผิดพลาด (Error Message) เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถืออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้คุณจะไม่ได้เปิดแอปพลิเคชันใดๆ ก็ตาม นี่คือสัญญาณการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของมัลแวร์และแอปอันตรายที่พยายามหลอกลวงให้คุณกดลิงก์หรือให้ข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อรู้ตัวว่า "มือถือโดนแฮก"
หากคุณพบสัญญาณอันตรายด้านบน อย่าเพิ่งตกใจครับ ตั้งสติแล้วรีบทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ทันที:

1. ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันที:
ปิด Wi-Fi และ Mobile Data หรือเปิด Airplance Mode เพื่อตัดช่องทางการส่งข้อมูลของมัลแวร์ไปยังแฮกเกอร์

2. ถอดซิมการ์ดออก:
นี่เป็นวิธีที่ชัวร์ที่สุดในการตัดขาดมิจฉาชีพจากการรับ-ส่งข้อมูลทางโทรศัพท์ รวมถึงป้องกันการรับ OTP จาก SMS

3. สำรวจแอปแปลกๆ และลบออก (Uninstall):
ลองเข้าตั้งค่าเพื่อดูรายชื่อแอปทั้งหมด หากเจอแอปที่คุณไม่รู้จักหรือชื่อแปลกๆ ให้ทำการลบออกทันที (อาจต้องทำในโหมด Safe Mode ของ Android เพื่อไม่ให้แอปนั้นทำงาน)

4. เปลี่ยนรหัสผ่าน:
รีบเปลี่ยนรหัสผ่านแอปธนาคาร, อีเมล, และบัญชีโซเชียลมีเดียที่สำคัญทั้งหมด โดยใช้เครื่องอื่นที่ปลอดภัยในการเปลี่ยน

5. รีเซตเป็นค่าจากโรงงาน (Factory Reset):
หากอาการยังไม่หาย หรือคุณไม่มั่นใจว่ามลแวร์หมดไปแล้ว วิธีที่เด็ดขาดที่สุดคือการรีเซตเครื่องใหม่หมด (อย่าลืมสำรองข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นและมั่นใจว่าปลอดภัยจริงๆ ไว้ก่อนนะครับ)

วิธีป้องกันตัวเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมัลแวร์มือถือ (Cybersecurity)
1. มีสติทุกครั้งที่รับสายเบอร์แปลก:
มิจฉาชีพมักสร้างความตกใจ กลัว หรือโลภ โดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ (ตำรวจ, ไปรษณีย์, ธนาคาร, ค่ายมือถือ) "ห้าม" ทำตามคำแนะนำ และให้ตั้งสติ อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว รหัส OTP หรือโอนเงินใดๆ

2. "ไม่กด ไม่โหลด ไม่กรอก":
อย่ากดลิงก์ที่แนบมาใน SMS, Message แปลกๆ หรือจากคอลเซ็นเตอร์ และอย่าดาวน์โหลดแอปนอก Official Store (Play Store / App Store) เด็ดขาด

3. ติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น:
ดาวน์โหลดแอปเฉพาะจาก Google Play Store หรือ Apple App Store เพื่อลดความเสี่ยงจากการแอบแฝงมัลแวร์

4. อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปอยู่เสมอ:
เพราะเวอร์ชั่นใหม่มักมาพร้อมกับแพตช์รักษาความปลอดภัยใหม่ๆ ที่ช่วยปิดช่องโหว่ไม่ให้มัลแวร์เข้าถึงเครื่อง

5. ตรวจสอบเบอร์ก่อนรับสาย:
คุณสามารถใช้แอปพลิเคชันเช่น Whoiscall เพื่อช่วยคัดกรองเบอร์โทรศัพท์และแจ้งเตือนเบอร์มิจฉาชีพได้

สรุป
ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เราต้องรู้จักสังเกตความผิดปกติของมือถืออยู่เสมอ หากพบสัญญาณเตือนว่ามือถือโดนแฮก ให้รีบแก้ไขโดยเร็วที่สุด และที่สำคัญต้องมีสติเพื่อรับมือกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อป้องกันเงินและข้อมูลส่วนตัวของเราให้ปลอดภัยที่สุดครับ